เสาไฟกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ และเสาไฮแมสต์ ต่างกันที่จำนวนโคมต่อเสาและรูปแบบการกระจายแสง เสากิ่งเดี่ยวติดโคม 1 ดวง เหมาะกับถนนแคบและทางเดิน เสากิ่งคู่ติดโคม 2 ดวงเพื่อส่องสองทิศทางจากเสาต้นเดียว ส่วนเสาไฮแมสต์สูงประมาณ 15–30 เมตร ติดโคมหลายดวงบนหัวเสา ใช้กับลานกว้างที่ต้องการแสงเป็นวงกว้าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- กิ่งเดี่ยว ติดตั้ง 1 โคม/ต้น เหมาะกับถนน 1–2 ช่องจราจร ทางเดิน ซอย และงานที่ต้องการต้นทุนต่อต้นต่ำที่สุด
- กิ่งคู่ สำหรับติดตั้ง 2 โคม/ต้น ประหยัดเมื่อวางบนเกาะกลางถนน หรือเมื่อต้องส่องสองพื้นที่จากเสาต้นเดียว
- เสาไฮแมส สามารถติดตั้งได้ 4–16 โคมบนหัวเสาสูง 15–30 เมตร ใช้กับลานกว้าง ทางแยกใหญ่ ท่าเรือ ลานตู้คอนเทนเนอร์
- การเลือกใช้เสายังมีองค์ประกอบอื่นๆ เช่น จำนวนต้นที่ต้องใช้ทั้งโครงการ + ต้นทุนฐานราก + วิธีบำรุงรักษาในระยะยาว
- พื้นที่ที่ยาวและแคบใช้เสาถนนเหมาะสมกว่า ส่วนพื้นที่ที่กว้างเหมาะกับไฮแมส
เสาไฟ 3 แบบต่างกันตรงไหน
ความต่างหลักอยู่ที่ จำนวนโคมต่อเสา ความสูงติดตั้ง และลักษณะแสงที่ตกลงพื้น ไม่ใช่คุณภาพของเสา ทั้งสามแบบผลิตจากวัสดุกลุ่มเดียวกัน (เหล็กชุบกัลวาไนซ์แบบจุ่มร้อน อะลูมิเนียม หรือคอนกรีตอัดแรง) และรับโคม LED รุ่นเดียวกันได้ในหลายกรณี
- เสาไฟกิ่งเดี่ยว (Single Arm) คือเสาที่มีแขนยื่นออกด้านเดียว รองรับโคมไฟถนน 1 ดวง แสงที่ได้เป็นรูปวงรียาวไปตามแนวถนน
- เสาไฟกิ่งคู่ (Double Arm) คือเสาที่มีแขนยื่นสองข้าง รองรับโคม 2 ดวง แบ่งเป็นสองลักษณะ คือ กิ่งคู่ตรงข้าม (แขนชี้คนละทิศ 180 องศา) ที่นิยมวางบนเกาะกลางถนน และกิ่งคู่แบบชี้ทางเดียวกันที่ใช้เพิ่มความสว่างบนถนนกว้าง
- เสาไฮแมส (High Mast) คือเสาสูงที่ติดโคมหลายดวงรวมกันบนหัวเสาเดียว แสงกระจายลงมาเป็นวงกลมหรือวงรีขนาดใหญ่ จุดต่างสำคัญคือหลายรุ่นมี ระบบรอกไฟฟ้า (Lowering Device) ที่หย่อนชุดโคมลงมาซ่อมที่พื้นได้โดยไม่ต้องใช้รถกระเช้า
คำศัพท์ที่ควรรู้: ความสูงติดตั้ง (Mounting Height) คือระยะจากพื้นถึงตัวโคม ไม่ใช่ความสูงของเสาทั้งต้น เพราะแขนกิ่งมักยกโคมสูงกว่าปลายเสาเล็กน้อย ตัวเลขนี้เป็นตัวแปรหลักในการคำนวณความสว่าง
ตารางเปรียบเทียบเสาไฟกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ และเสาไฮแมส
| หัวข้อ | เสาไฟกิ่งเดี่ยว | เสาไฟกิ่งคู่ | เสาไฮแมส |
| จำนวนโคมต่อต้น | 1 ดวง | 2 ดวง | 4–16 ดวง (ตามแบบหัวเสา) |
| ช่วงความสูงที่พบบ่อยในไทย | 4–9 เมตร | 6–12 เมตร | 15–30 เมตร |
| ลักษณะแสงที่ได้ | วงรียาวตามแนวถนน | วงรีสองฝั่งจากจุดเดียว | วงกลม/วงรีกว้างรอบเสา |
| พื้นที่ที่เหมาะ | ถนนแคบ ซอย ทางเดิน ทางเท้า | ถนนสองทิศทาง เกาะกลาง ลานขนาดกลาง | ลานกว้าง ทางแยกใหญ่ สนามกีฬา ท่าเรือ |
| ฐานราก | เล็กที่สุด | ปานกลาง | ใหญ่และลึกที่สุด ต้องคำนวณโดยวิศวกร |
| การติดตั้ง | รถกระเช้าขนาดเล็ก | รถกระเช้า | ต้องใช้เครน |
| การบำรุงรักษา | ใช้รถกระเช้าทุกครั้ง | ใช้รถกระเช้าทุกครั้ง | หย่อนโคมลงพื้นได้ หากมีระบบรอก |
| จุดอ่อน | ต้องใช้จำนวนต้นมากในพื้นที่กว้าง | น้ำหนักและแรงลมสูงกว่ากิ่งเดี่ยว | ต้นทุนต่อต้นสูง ต้องดูแลระบบรอก |
ปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกเสาไฟให้ตรงหน้างาน
เสาไฟกิ่งเดี่ยวเหมาะกับงานแบบไหน
เสากิ่งเดี่ยวเหมาะกับพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นพื้นที่เส้นยาวและไม่กว้างมาก เช่น ถนนซอย ถนนในหมู่บ้าน ทางเดินในสวนสาธารณะ ทางเท้า และทางเข้าโครงการ เพราะแสงที่โคมไฟถนนออกแบบมาให้กระจายเป็นรูปวงรีนั้นวางต่อกันไปตามแนวถนนได้พอดี
ความกว้างพื้นที่ที่รองรับ
ในการออกแบบเบื้องต้นคือ โคมหนึ่งดวงครอบคลุมความกว้างได้ประมาณ 1-1.5 เท่าของความสูงติดตั้ง เช่นเสาไฟ 6 เมตร เหมาะกับถนนกว้างประมาณ 6–9 เมตร เสาไฟ 9 เมตรใช้กับถนนสายหลักที่กว้างขึ้น
ในการติดตั้งจริงขึ้นกับกำลังส่องสว่างของโคม (ลูเมน) มุมกระจายแสง และค่าความสว่างเป้าหมายของถนนแต่ละประเภท งานที่ต้องส่งมอบตามข้อกำหนดควรคำนวณโดยวิศวกรที่มีความชำนาญ ด้วยซอฟต์แวร์ออกแบบแสง เช่น DIALux ก่อนสรุปสเปก
ระยะห่างระหว่างเสา
การประมาณการในขั้นวางผังคือ ระยะห่างระหว่างเสา ประมาณ 3–4 เท่าของความสูงติดตั้ง เช่น เสา 6 เมตรจึงวางห่างกันประมาณ 18–24 เมตร และเสา 9 เมตรประมาณ 27–36 เมตร แต่ระยะที่ห่างเกินไปทำให้เกิดจุดมืดสลับจุดสว่าง ซึ่งเป็นปัญหาที่เจอบ่อยในงานติดตั้งที่ไม่ได้คำนวณล่วงหน้า
คำแนะนำ: หากงบจำกัด ให้ลดกำลังวัตต์ของโคมก่อน แล้วคงจำนวนเสาไว้ตามระยะที่คำนวณ การลดจำนวนเสาแล้วเพิ่มวัตต์ให้แรงขึ้จะทำให้ความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity) เสียไป และเกิดแสงจ้าใต้เสาแทน
ข้อดีข้อเสียของเสาไฟถนนแบบสองกิ่งมีอะไรบ้าง?
เสากิ่งคู่ เป็นเสาต้นเดียวสามารถรองรับสองพื้นที่ได้พร้อมกัน ข้อดีดูได้จากถนนที่มีเกาะกลาง เพราะวางเสาแถวเดียวตรงกลางแล้วส่องออกทั้งสองฝั่ง แทนการวางเสากิ่งเดี่ยวสองแถวขนาบถนน การใช้เสาแถวเดียวช่วยลดจำนวนฐานราก ลดงานเดินสายไฟใต้ดิน และลดจุดที่ต้องเข้าบำรุงรักษาลงครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้ต้นทุนรวมของโครงการต่างกันมากกว่าราคาเสาเอง
กิ่งคู่ประหยัดกว่ากิ่งเดี่ยวจริงหรือไม่
ประหยัดในระดับโครงการ แต่ไม่ประหยัดถ้าเทียบต่อต้น เสาไฟกิ่งคู่หนึ่งต้นแพงกว่ากิ่งเดี่ยวหนึ่งต้น และต้องใช้ฐานรากใหญ่กว่าเพราะรับน้ำหนักและแรงลมมากกว่า ความคุ้มค่าจะเกิดขึ้นเมื่อเทียบแบบทั้งระบบ คือ เสากิ่งคู่ 20 ต้น เทียบกับเสากิ่งเดี่ยว 40 ต้น
กรณีที่กิ่งคู่ ไม่คุ้ม คือถนนที่ไม่มีเกาะกลาง เพราะเสาจะต้องอยู่ริมถนนอยู่ดี แขนที่สองจะยื่นไปทางที่ไม่มีพื้นที่ต้องส่อง กลายเป็นการจ่ายค่าโคมและค่าไฟเพิ่มโดยไม่ได้ประโยชน์
จุดที่มักถูกมองข้าม
- โคม 2 ดวงต่อต้นทำให้ กระแสไฟต่อวงจรเพิ่มขึ้นเท่าตัว ต้องตรวจขนาดสายไฟและแรงดันตก (Voltage Drop) ใหม่ โดยเฉพาะวงจรที่ยาวหลายร้อยเมตร
- แขนกิ่งคู่เพิ่ม โมเมนต์ดัด ที่โคนเสา ทำให้ความหนาของเหล็กและขนาด Base Plate ต้องเพิ่มตาม การนำเสากิ่งเดี่ยวเดิมมาดัดแปลงติดแขนที่สองจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้วิศวกรตรวจสอบก่อน
เสาไฮแมสใช้ใช้กับพื้นที่แบบไหน?
เสาไฟไฮแมสเหมาะกับพื้นที่กว้าง โล่งและไม่มีสิ่งกีดขวางกลางพื้นที่ เพราะยิ่งยกโคมสูง แสงยิ่งกระจายได้กว้างและเกิดเงาน้อยลง งานที่นิยมใช้ได้แก่ ลานจอดรถขนาดใหญ่ ลานตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือ ทางแยกต่างระดับ ลานกองวัสดุ และสนามกีฬากลางแจ้ง
ความสูงที่พบในงานโครงการในไทยประมาณ 15–30 เมตร โดย 20–25 เมตรเป็นช่วงที่ใช้บ่อยในลานอุตสาหกรรม ส่วน 30 เมตรมักปรากฏในงานทางแยกต่างระดับและท่าเรือ จำนวนโคมต่อหัวเสาแตกต่างกันตามแบบหัวเสาและค่าความสว่างที่ต้องการ
ระบบรอกของไฮแมส
ไฮแมสแบ่งเป็นสองแบบตามวิธีบำรุงรักษา
- แบบหัวเสาตายตัว (Fixed Head) โคมยึดอยู่กับที่ ต้องใช้รถกระเช้าสูงพิเศษหรือปีนขึ้นบำรุงรักษา ข้อดีคือมุมส่องของโคมไม่เปลี่ยน จึงเหมาะกับงานที่ต้องเล็งมุมแม่นยำ เช่น สนามกีฬาที่ต้องคุมแสงไม่ให้แยงตานักกีฬาและผู้ชม
- แบบมีระบบรอก (Lowering Device) ชุดโคมทั้งวงหย่อนลงมาที่โคนเสาได้ด้วยมอเตอร์หรือรอกมือ ทำให้เปลี่ยนโคมและซ่อมได้จากพื้น เหมาะกับพื้นที่ที่รถกระเช้าเข้าถึงยาก หรือพื้นที่ที่หยุดใช้งานไม่ได้นาน
ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกแบบมีรอก: ระบบรอกลดค่าใช้จ่ายในการเข้าถึง แต่ตัวมันเองมีชิ้นส่วนที่ต้องดูแล ทั้งสลิง มอเตอร์ และจุดล็อกชุดโคม ควรกำหนดรอบตรวจสอบประจำปีไว้ในแผนบำรุงรักษาตั้งแต่ต้น และขอคู่มือการใช้งานพร้อมรายการอะไหล่จากผู้ขายก่อนส่งมอบงาน
เลือกเสาไฟตามพื้นที่หน้างาน
| ลักษณะพื้นที่ | ประเภทเสาที่มักใช้ | ความสูงที่พบบ่อย | เหตุผล |
| ทางเดิน ทางเท้า ซอย ถนนในหมู่บ้านและในโครงการ | กิ่งเดี่ยว | 4–6 เมตร | พื้นที่แคบเป็นเส้น โคมดวงเดียวครอบคลุมความกว้างได้ทั้งเส้น |
| ถนนสายหลักที่มีเกาะกลาง | กิ่งคู่ | 9 เมตร | เสาแถวเดียวส่องได้สองทิศ ลดฐานรากและงานเดินสายลงราวครึ่งหนึ่ง |
| ถนนสายหลักไม่มีเกาะกลาง ทางเข้าออกโรงงาน ลานขนาดกลาง | กิ่งเดี่ยว วางสองฝั่งหรือสลับฟันปลา (ใช้กิ่งคู่เฉพาะจุดที่ต้องส่องสองด้านจริง) | 9–12 เมตร | เสาต้องอยู่ริมพื้นที่อยู่แล้ว แขนที่สองมักไม่มีด้านให้ส่อง |
| ลานจอดรถขนาดใหญ่ ลานตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือ ทางแยกต่างระดับ วงเวียนใหญ่ | ไฮแมสต์ | 15–30 เมตร | พื้นที่กว้างเป็นผืนเดียวหรือต้องส่องหลายทิศพร้อมกัน ลดจำนวนเสาและงานโยธา |
| สนามกีฬากลางแจ้ง | ไฮแมสต์แบบหัวตายตัว หรือเสาไฟสนามเฉพาะทาง | 15–30 เมตร | ต้องเล็งมุมส่องคงที่และคุมแสงบาดตานักกีฬาและผู้ |
เลือกเสาไฟเพิ่มเติม
ต้นทุนรวมที่ต้องคิดก่อนตัดสินใจ
ราคาเสาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงบประมาณ ยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ควรใช้ประกอบการเลือกซื้อ
- ค่าเสาและแขนกิ่ง แปรตามความสูง ความหนาเหล็ก และวิธีป้องกันสนิม
- ค่าโคมและอุปกรณ์ควบคุม จำนวนโคมต่อต้นคูณกับจำนวนต้นทั้งโครงการ
- ค่าฐานราก ทั้งค่าขุด ค่าคอนกรีต ค่า Anchor Bolt และเวลาบ่มคอนกรีตที่กระทบกำหนดการ
- ค่างานไฟฟ้า ท่อร้อยสาย สายไฟ ตู้ควบคุม และการป้องกันฟ้าผ่าในเสาสูง
- ค่าเครื่องจักรในการติดตั้ง รถกระเช้าหรือเครน ซึ่งเสาไฮแมสต์ต้องใช้เครนเสมอ
- ค่าบำรุงรักษาตลอดอายุใช้งาน ค่าเข้าถึงจุดติดตั้งต่อครั้ง คูณกับความถี่ที่คาดว่าจะต้องเข้า
- ค่าไฟฟ้ารายเดือน ซึ่งขึ้นกับกำลังวัตต์รวมและชั่วโมงเปิดใช้งาน
ขั้นตอนเลือกเสาไฟให้ตรงหน้างาน
- วัดพื้นที่จริงและระบุรูปร่าง ความกว้าง ความยาว จำนวนช่องจราจร และตำแหน่งที่วางเสาได้จริงโดยไม่กีดขวางการใช้งาน
- กำหนดค่าความสว่างเป้าหมาย อ้างอิงมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับประเภทงาน เช่น ถนนสาธารณะ ลานอุตสาหกรรม หรือสนามกีฬา ซึ่งแต่ละประเภทมีค่าลักซ์และความสม่ำเสมอที่ต่างกัน
- เลือกความสูงติดตั้ง จากความกว้างที่ต้องครอบคลุม แล้วประมาณระยะห่างระหว่างเสาที่ 3–4 เท่าของความสูง
- เลือกจำนวนโคมต่อเสา พื้นที่เป็นเส้นให้เริ่มที่กิ่งเดี่ยว พื้นที่สองทิศทางที่มีเกาะกลางให้เริ่มที่กิ่งคู่ พื้นที่กว้างเป็นผืนเดียวให้เริ่มที่ไฮแมสต์
- ตรวจข้อจำกัดหน้างาน เครนเข้าถึงได้หรือไม่ มีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านหรือไม่ สภาพดินรับฐานรากได้แค่ไหน
- คำนวณแสงด้วยซอฟต์แวร์ ยืนยันค่าความสว่างและความสม่ำเสมอก่อนสั่งผลิต โดยเฉพาะงานที่ต้องส่งมอบตามข้อกำหนดหรือ TOR
- ตรวจสเปกเชิงโครงสร้าง ความหนาเหล็ก วิธีป้องกันสนิม ขนาด Base Plate และเอกสารการคำนวณแรงลม ควรได้รับจากผู้ผลิตก่อนสั่งซื้อ
ตัวอย่างโคมที่มักใช้คู่กับเสาแต่ละแบบ



โคมไฟถนน LED และสปอร์ตไลท์ LED ที่ใช้กับเสาเหล่านี้มีจำหน่ายจากหลายแบรนด์ในตลาดไทย เช่น OSRAM LEDVANCE, ENRICH, LAMPTAN และ BEC ซึ่งแต่ละแบรนด์มีช่วงกำลังวัตต์และมุมกระจายแสงที่ต่างกัน การเทียบควรทำที่ระดับสเปก คือ ค่าลูเมนต่อวัตต์ มุมกระจายแสง ค่า IP ค่าอุณหภูมิสีแสง และเงื่อนไขการรับประกัน มากกว่าการเทียบที่ชื่อแบรนด์
คำถามเกี่ยวกับเสาแต่ละแบบ
เสาไฟกิ่งคู่ประหยัดกว่ากิ่งเดี่ยวไหม
+
เสาไฮแมสสูงกี่เมตร
+
ลานจอดรถควรใช้เสาแบบไหน
+
เสาไฮแมสต้องมีระบบรอกเสมอไหม
+
นำเสากิ่งเดี่ยวเดิมมาติดแขนเพิ่มเป็นกิ่งคู่ได้ไหม
+
เสาไฟต้องเลือกวัสดุแบบไหนถึงทน
+
สรุป
การเลือกระหว่างเสาไฟกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ และเสาไฮแมสต์ เริ่มจากรูปร่างของพื้นที่ พื้นที่ที่ยาวและแคบตอบโจทย์ด้วยเสาไฟถนน แบกิ่งเดี่ยว พื้นที่ที่มีเกาะกลางใช้งานด้วยเสาไฟกิ่งคู่ และพื้นที่กว้างใช้ไฮแมส เมื่อได้ประเภทเสาแล้ว ขั้นตอนที่ขาดไม่ได้คือการคำนวณแสงและตรวจสเปกเชิงโครงสร้าง เพราะเสาที่เลือกถูกประเภทแต่ความสูงหรือระยะห่างไม่ถูกต้อง ยังคงให้ผลลัพธ์เป็นถนนที่มืดเป็นช่วงและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่าที่ควรเป็น
ต้องการเสาไฟและโคมที่เข้ากันกับหน้างานจริง ส่งขนาดพื้นที่ ความกว้างถนน และลักษณะการใช้งานมาพร้อมกัน เพื่อรับคำแนะนำสเปกเสาและโคมที่สอดคล้องกัน พร้อมใบเสนอราคา
NINE LIGHTING แสงสว่างที่คุณวางใจได้ จำหน่ายเสาไฟถนน เสาไฮแมสต์ โคมไฟถนน LED และสปอร์ตไลท์ LED แบรนด์ชั้นนำให้คุณเลือกซื้อจากแบรนด์ที่คุณเลือก พื้นที่รวมแบรนด์ชั้นนำ สนใจสอบถาม-สั่งซื้อเกี่ยวกับสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Line : @NINELED

